HOME
FEATURED WORKS
ARTISTS
EXHIBITIONS
E-MAGAZINES
THE GALLERY
ABOUT
Beyond the Vertical 3
October 12, 2026
ข้อสังเกตเกี่ยวกับศิลปะภาพถ่าย
ว่าด้วยการกระจายตัวตามแนวระนาบ

อัครา นักทำนา
มิถุนายน 2566

............................................................................

บทที่ 3 คลื่นปฐมภูมิ

รูปแบบที่ง่ายที่สุดของการเริ่มต้นใหม่คือ ‘หยุด’
การหยุดคือ เครื่องมือที่ทรงพลัง มันคือจุดเริ่มต้นของทุกๆสิ่ง เป็นเหมือนคลื่นที่สูงและต่ำที่สุดเคลื่อนที่มาบรรจบกัน และตรงที่มาบรรจบกันนั้นคือจุดที่สงบนิ่ง รอเวลาการกำเนิดของสิ่งใหม่สิ่งนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับหลาย ๆ คน ไม่เพียงแต่เรื่องการถ่ายภาพเท่านั้นแต่รวมไปถึงเรื่องทั่วไปในชีวิตที่มักจะมีแรงต้านทานในหลาย ๆ ด้าน เช่น ความเคยชิน ผู้คนที่รอบตัว หน้าตาทางสังคม ปัจจัยการดำรงชีวิต หรืออีกหลาย ๆ อย่างที่ต่างกันไปตามแต่ละบุคคล แต่หากได้ลองหยุดและคิด ความเปลี่ยนแปลงในระยะเริ่มต้นจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ซึ่งผู้เขียนขอเรียกความเปลื่ยนแปลงดังกล่าวว่า ‘คลื่นปฐมภูมิ’

การลดขนาดความกว้างขวางในเรื่องใด ๆ และหันมาสนใจในรายละเอียดของเรื่องที่มีขนาดเล็กลง จะทำให้มองเห็นข้อมูลที่ถูกละเลย โดยที่สามารถนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมาแยกย่อยลงไปเป็นชั้นๆต่อเนื่อง จนประกอบเป็นเรื่องที่อาจไม่เคยมีใครเข้าถึงมาก่อนได้หากได้หยุดสังเกตปรากฏการณ์ของการถ่ายภาพในแวดวงที่สนใจมักจะเห็นรูปแบบบางอย่างคล้ายคลึงกันที่มักเกิดจากความนิยมแตกต่างในที่มา เช่น บุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิด กระแสที่เกิดขึ้นในชั่วขณะหนึ่ง เป็นต้น จนเกิดการแข่งขัน ผลิตซ้ำในเนื้อหาที่ไม่ต่างจากเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ความงาม หรือกระบวนการในการสร้างเนื้อหาเหล่านั้นกลับถูกวิวัฒน์ให้ก้าวหน้าขึ้นในทุก ๆ วัน เพื่อสอดรับกับกระแสที่เกิดขึ้น รวมถึงการยอมรับนับถือที่ถูกกำหนดโดยกลุ่มสังคมที่อาศัยอยู่

กราฟของสิ่งที่ถูกผลิตช้ำจะเป็นความเข้มของข้อมูลด้านซ้ายสุด ซึ่งมีคนจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ ส่วนด้านขวาที่เป็นกราฟลาดลงมาเป็นจำนวนของข้อมูลที่เยอะไม่ต่างกัน แต่มีการกระจุกตัวอยู่น้อยด้วยเพราะความนิยมของสิ่งเหล่านั้นมีไม่เท่ากับด้านซ้ายด้วยเหตุ และปัจจัยที่ต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา รูปแบบการกระจายตัวของข้อมูลด้านขวาจึงเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ หากสามารถดีดตัวออกมาจากพื้นที่ที่มีความแข่งกันสูงได้จะเป็นเรื่องที่ดี เป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหาเรื่องราวบนพื้นที่ที่เหลือ มันคือการเดินทางครั้งใหม่ที่จะก่อเกิดผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนเดิม

มีตัวเลือกหลายประการในการลดขอบเขตความสนใจ และลงลึกไปในรายละเอียดปลีกย่อย ตัวเลือกเหล่านี้สามารถแยกจากกัน หรือผนวกรวมเข้าด้วยกันได้ขึ้นอยู่กับบริบทในเรื่องที่ต้องการสื่อสารประกอบด้วย พื้นที่ (Area) บางสิ่ง (Subject) สถานการณ์ (Situation) ทั้ง 3 ตัวเลือกนี้อาจเรียกว่าเป็นเครื่องมือง่ายๆในการสร้างคลื่นปฐมภูมิขึ้นมา รวมไปถึงการค้นคว้าหาข้อมูลประกอบ (Research) ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้งานภาพถ่ายนั้นๆมีข้อมูลที่หนักแน่นอยู่เบื้องหลัง ไม่เป็นเพียงสิ่งเลื่อนลอยอยู่แค่ในมโนสำนึกของผู้สร้างงาน

พื้นที่ (Area)
สิ่งที่มีขอบเขตชัดเจนที่สามารถเข้าไปอาศัยอยู่ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อผลลัพธ์ออกมาแล้วบอกได้ว่า งานนั้นถูกผลิตออกมาในสถานที่เดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน หลายคนคงคุ้นเคยกับการสร้างงานในพื้นที่หนึ่งๆมาแล้ว เช่น การออกไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ แต่หากการจะทำให้งานแข็งแรงมากขึ้น ต้องจำกัดขนาดพื้นที่การทำงานให้เล็กลงมา นอกจากนั้นทุกๆพื้นที่ย่อมมีเรื่องราวฝังแน่นไปกับสถานที่นั้นด้วยเสมอ ถ้าไม่แตะเรื่องราวหรือประเด็นบางอย่างของพื้นที่นั้นคงน่าเสียดาย คงเป็นการเข้าไปเยี่ยมชม และถ่ายภาพกลับออกมาอย่างผิวเผินไม่ต่างอะไรกับนักท่องเที่ยวทั่วไป
งานที่อยากยกให้เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเรื่อง ‘พื้นที่’ คืองานของ ไมเคิล วูล์ฟ (Michael Wolf) ช่างภาพชาวเยอรมันผู้ล่วงลับ งานชื่อ ‘Tokyo Compression’ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่นั้นด้วยตัวเอง แต่ภาพความแออัดยัดเยียดของผู้คนในรถไฟฟ้าใต้ดินของโตเกียว ภาพของใบหน้าที่นาบติดกับกระจกตรงประตู ภาพคนให้นิ้วกลางอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกถ่ายภาพ หรือภาพของผู้ชายสวมผ้าปิดปากที่ดูราวกับกำลังสวดภาวนาให้พ้นจากสภาพตรงนั้น ภาพพวกนี้พาผู้ชมสัมผัสถึงความอึดอัดอย่างที่สุด [1] งานได้รางวัล World Press Photo ปี 2552 และมาร์ติน พาร์ได้เลือกให้หนังสือภาพของงานนี้เป็น 1 ใน 30 หนังสือภาพที่ทรงอิทธิพลระหว่างปี 2544 - 2553 [2] 

       
Tokyo Compression - Michael Wolf



Platform 10 - Rammy Narula

       
Institutionalised Care’ - ไอเฟิล ชอง (Eiffel Chong) 

แรมมี่ นารูลา ช่างภาพสตรีทแถวหน้าของเมืองไทย สร้างงานชิ้นที่ชื่อว่า ‘Platform 10’ แรมมี่เข้าไปที่สถานีรถไฟหัวลำโพงในช่วงเวลาเดิม ชานชาลาเดิม เพื่อบันทึกภาพเหตุการณ์ ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในจังหวะเวลาขณะนั้น เขาไม่ได้เพียงเดินเตร็ดเตร่ ถ่ายอะไรก็ได้ที่ตาเห็น สุ่ม ๆ ไปรอบสถานีเท่านั้น แต่แรมมี่เลือกที่จะลดขอบเขตลงไปถึงเพียงแค่ชานชาลาหนึ่ง รวมถึงเลือกช่วงเวลาหนึ่งที่รถไฟขบวนเดิมจะมาถึงชานชาลา เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้พื้นที่ในการสร้างงานในพื้นที่ที่มีขอบเขตจำกัด งานชิ้นเคยจัดแสดงที่ คัดมันดู โฟโต้ แกลลอรี่ ร่วมกับ มานิต ศรีวานิชภูมิ [3] และถูกทำออกมาเป็นหนังสือภาพถ่ายด้วย ส่วนงานชุด ‘Institutionalised Care’ ของ ไอเฟิล ชอง (Eiffel Chong) [4] ศิลปินภาพถ่ายชาวมาเลเซีย ถ่ายทอดความเป็นนามธรรมของ ‘ความตาย’ ผ่านบรรยากาศอันเย็นเยียบของโรงพยาบาล และเครื่องมือทางการแพทย์อันทันสมัย แต่กลับดูน่าสะพรึงกลัวที่ราวกับพวกมันจะมีพลังอำนาจในการตัดสินว่าจะให้ใครอยู่ใครไป การตีความบรรยากาศของสถานที่ออกมาเป็นสัญลักษณ์ที่ผูกพันกับผู้คน หรือประวัติศาสตร์เป็นอย่างหนึ่งที่พื้นที่สามารถทำงานกับภาพถ่ายได้อย่างดีเยี่ยม

นอกเหนือจากสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ‘บ้าน’ ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่ศิลปินใช้ในการทำงานได้ดังเช่นงาน ‘As Time Goes By’ ของ เล็ก เกียรติศิริขจร [5] เป็นงานชุดภาพที่บรรยายสภาพของบ้านที่ทรุดโทรมให้เป็นดังภาพสะท้อนของคนในครอบครัวที่แก่ชราลงทุกวัน งานชุดนี้สำรวจความรู้สึกบางอย่างที่มีร่วมกันระหว่างศิลปิน และผู้ชมซึ่งเป็นวิธีที่มีความคล้ายคลึงกับการที่ให้ผู้ชมคิดถึงเรื่องนามธรรม อย่างเช่นงาน Institutionalised Care ของ ไอเฟิล ชอง แต่งานของเล็กได้พาผู้ชมกลับมาพิจารณาถึงสิ่งที่ใกล้ตัวมากขึ้นไปอีกคือ ครอบครัว ที่หากใครอยู่สถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับตัวงานก็จะเข้าถึงความหมายได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น งานชิ้นหนึ่งที่มีความคาบเกี่ยวกันระหว่าง ‘พื้นที่’ และ ‘คน’ คืองานภาพชุด ‘อมตะนคร’ ของช่างภาพชาวญี่ปุ่น โค คิมูระ (Kou Kimura) [6] ที่เข้าไปบันทึกภาพการอยู่อาศัยของคนงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี คิมูระถ่ายภาพบุคคลโดยมีห้องพักของพวกเขาเป็นฉากหลัง ลดขอบเขตจากพื้นที่กว้างใหญ่ที่ราวกับเป็นเขตปกครองพิเศษลงมาเป็นห้องพักขนาดเล็กของคนงานเหล่านั้น ฉายภาพความหลากหลายของห้องพัก และผู้คนที่อาศัยในนั้น เล่าเรื่องความหวังความฝันถึงชีวิตที่ดีขึ้นหากได้ทำงานในพื้นที่แห่งนี้

       
‘As Time Goes By’ ของ เล็ก เกียรติศิริขจร


อมตะนคร -โค คิมูระ

บางสิ่ง (Subject)
ในที่นี้ไม่ใช่แค่เพียงสิ่งของไม่มีชีวิตแต่รวมไปถึงสิ่งมีชีวิต เช่น คนหรือกลุ่มคน เป็นต้น โดยที่สิ่งเหล่านั้นมีเรื่องราวที่น่าติดตาม ค้นหา และบันทึกรวบรวมไว้ ‘บางสิ่ง’ มักเชื่อมต่อกับพื้นที่ เวลา และสถานการณ์อย่างแนบแน่น ตัวอย่างที่น่าสนใจมากคืองานที่ชื่อว่า ‘TTP’ (Tischtennisplatte โต๊ะปิงปองในภาษาเยอรมัน) ผลงานภาพชุดของ ฮายาชิสะ โทมิยาสุ (Hayashisa Tomiyasu) ที่ถ่ายภาพโต๊ะปิงปองตัวเดิมทุกวันจากหน้าต่างห้องพักนักเรียนเก่าที่เมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมันเป็นเวลาถึง 5 ปีติดต่อกัน [7] โดยแต่ละภาพจะแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน เหล่าผู้คนที่มาเยี่ยมเยียนโต๊ะปิงปองตัวนั้น กิจกรรมต่าง ๆ ฤดูกาลที่ผันเปลี่ยน เหมือนกับการที่ได้พบเจอใครคนหนึ่งทุก ๆ วันจนเกิดความผูกพัน และตกหลุมรักเขาหรือเธอคนนั้นในที่สุด

งานชิ้นนี้ของโทมิยาสุแสดงออกถึง บางสิ่ง กาลเวลา และสถานการณ์ ที่เกี่ยวพันกันอย่างเรียบง่ายงดงามที่แม้ไม่ต้องเห็นชิ้นงานก็รู้สึกชื่นชอบในแนวความคิดแบบนี้ไปเรียบร้อยแล้วงานชุด ‘ศักดิ์สิทธิ์อัลลอย’ (2551) [8] ของศิลปินภาพถ่ายชาวไทย กำธร เภาวัฒนาสุข ได้เก็บบันทึกภาพถ่ายของวัตถุศักดิ์สิทธิ์ และวัตถุที่ดูเหมือนจะศักดิ์สิทธิ์ในวัดไทยหลายแห่งที่ราวกับสิ่งเหล่านี้สร้างเอาไว้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปหาความบันเทิงในสวนสนุก งานอีกชิ้นชื่อ เกจิทองคำ (2555) [9] ภาพถ่ายเหล่ารูปปั้นเกจิอาจารย์ที่สร้างด้วยซีเมนต์ดิบหยาบ ฝีมือสไตล์ชาวบ้าน ถูกทาสีทองทับจนดูน่าเคารพกราบไหว้ กำธรเพิ่มการตัดต่อด้วยเทคนิคดิจิทัลให้ภาพดูเหนือจริง น่าเคารพกราบไหว้มากขึ้นไปอีก

ศิลปินภาพถ่ายชาวสิงคโปร์ เคธี แอนน์ ลิม (Kathy Anne Lim) ไล่ตามจับภาพหมอกควันที่เกิดจากการฉีดพ่นควันไล่แมลงในประเทศสิงคโปร์ในชื่อผลงานชุด ‘White Noise’ [10] ภาพที่ปรากฏดูราวกับหมอกควันเหล่านั้นมีชีวิต เลื้อยตัวไปตามกิ่งก้านของต้นไม้ ตึกรามบ้านช่อง ทำให้นึกไปถึงบางสิ่งที่ลึกลับ เหนือธรรมชาติ ผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า และอาจคิดเลยไปได้ถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพสิ่งแวดล้อมในเรื่องฝุ่นควัน PM 2.5 ที่กำลังเล่นงานทางภาคเหนือ และกรุงเทพฯได้ในขณะนั้น งานชิ้นนี้เคยจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวที่คัดมันดูโฟโต้แกลลอรี่เมื่อต้นปี 2566

       
TTP - Hayashisa Tomiyasu (left), ศักดิ์สิทธิ์อัลลอย - กำธร เภาวัฒนาสุข (right)


White Noise - Kathy Anne Lim




Is that a Christmas tree?, Blooming of Hope - พงศธร บุญโต

พงศธร บุญโต ศิลปินภาพถ่ายชาวไทย นำเสนอภาพถ่ายสองชุดที่เล่นกับสิ่งที่ส่องสว่างยามค่ำคืนอันมืดมิด ‘Is that a Christmas tree?’ [11] บางสิ่งที่มองไกลๆอาจจินตนาการไปได้ว่าเป็นต้นคริสต์มาส แต่พอเดินเข้ามาใกล้กลับเป็นศาลพระภูมิติดไฟกระพริบหลากสี ดูสวยงาม น่ากลัว และพิลึกพิลั่นในเวลาเดียวกัน งานชิ้นนี้พงศธรพูดถึงเรื่องภาพจำที่คนเรามักจะเอามาซ้อนทับกับความเป็นจริงอยู่เสมอๆแม้ว่ามันจะต่างกันสุดขั้วก็ตาม อีกงานหนึ่งคือ ‘Blooming of Hope’ คนตัวเล็กๆกำลังแหงนมองดูไฟประดับงานวัดรูปดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ซึ่งเป็นตัวแทนความหวังในแต่ละช่วงของชีวิต งานทั้งสองชิ้นจับเอาความคิดของมนุษย์มาเทียบเคียงกับแสงไฟท่ามกลางความมืด ความรู้-ไม่รู้, ความหวัง-ความจริง การใช้สิ่งของมาเปรียบเทียบในเรื่องราวที่จับต้องไม่ได้ทำได้อย่างมีชั้นเชิงทั้งทางด้านแนวคิด และความงามในศิลปะภาพถ่าย

สถานการณ์ (Situation)
สิ่งนี้เปรียบได้กับการที่ บางสิ่ง พื้นที่ และเวลา มาผสมรวมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จนเกิดปรากฏการณ์บางอย่างขึ้น ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้สังเกตว่าเหตุการณ์ใดที่ถือว่ามีความพิเศษ หรือน่าสนใจที่จะจับเอามาสร้างเป็นชิ้นงาน ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดคือ กิจกรรมที่ไม่เกิดในช่วงวันเวลาปกติ อาทิเช่น เทศกาลวันสงกรานต์ วันปีใหม่ งานฮาโลวีน งานประเพณีที่ถูกจัดขึ้นในพื้นที่ใดๆ การที่จัดกิจกรรมถ่ายภาพโดยการจ้างนายแบบนางแบบมาถ่ายภาพ กิจกรรมทางการเมือง การประท้วง ฯลฯ สถานการณ์เหล่านี้มักสังเกตเห็นได้ง่ายเพราะเกิดไม่บ่อย จริง ๆ แล้วสถานการณ์ที่จะเอามาผลิตเป็นชิ้นงานนั้นสามารถเป็นเรื่องทั่วไปได้ แต่หากต้องช่างสังเกต และกล้าที่จะเข้าไปจับเอามาทำ เพราะมันคือการ ‘หยุด’ และ ‘ไม่ทำ’ ในสิ่งที่คนอื่นกำลังทำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือหากกำลังเข้าไปในสถานการณ์ที่มีความพิเศษเหล่านั้น จะทำอย่างไรถึงจะเกิดบริบทใหม่ ๆ ไม่หลงไปทำอะไรที่คนอื่นๆเขาทำมาก่อนแล้ว นั่นคือการเดินลงจากยอดเขาเพื่อมาบุกเบิกเส้นทางเดินใหม่อันราบเรียบด้านล่าง


The Park - Kohei Yoshiyuki


The White Wall - ชาคริต ลีลาชูพงศ์ 

เมื่อราว ๆ ปี 2516 ช่างภาพชาวญี่ปุ่น โคเฮ โยชิยูกิ (Kohei Yoshiyuki) สร้างงานภาพชุดขาวดำที่ช็อกสังคมญี่ปุ่น และเกิดข้อถกเถียงมากที่สุดชิ้นหนึ่ง ชื่องานว่า ‘The Park’ โยชิยูกิเข้าไปบันทึกภาพเหตุการณ์บางอย่างในสวนสาธารณะกลางกรุงโตเกียวยามค่ำคืน ที่มีคู่รักหลายคู่เข้าไปมีกิจกรรมทางเพศกัน โดยมีพวกถ้ำมองหลายคนเฝ้าดู (อย่างเปิดเผย) อยู่รอบ ๆ คู่รักดูไม่มีอาการตื่นตกใจ หรือหนีไปอย่างใด ถึงขนาดนักถ้ำมองบางคนสามารถเข้าไปใกล้จนแตะเนื้อต้องตัวทั้งคู่ได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนั้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาดมาก โยชิยูกิไม่ได้สนใจถ่ายภาพคู่รักที่กำลังทำกิจกรรมกันมากเท่าใดนัก แต่เหล่านักถ้ำมองต่างหากที่เขาสนใจ [12] พวกเขาเหล่านั้นผลักให้สถานการณ์ไปสุดขอบของความนึกคิดของคนปกติจะคิดได้ The Park จึงเป็นเหมือนตัวแทนอันสุดลิ่มทิ่มประตูของการมองหาสถานการณ์ตามที่ต่าง ๆ ที่ดูเหมือนจะปกติ แต่แท้จริงแล้วมีความไม่ปกติหลบซ่อนอยู่

ในปี 2559 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต นับว่าเป็นสถานการณ์ใหญ่ครั้งหนึ่งของประเทศไทย มีงานภาพถ่ายหลากหลายรูปแบบออกมาในช่วงเวลานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน แต่มีงานหนึ่งที่ดูจะต่างออกไป ‘กำแพงสีขาว’ (The White Wall) คืองานของ ชาคริต ลีลาชูพงศ์ [13] ศิลปินภาพถ่ายที่ถ่ายทอดปรากฏการณ์ที่ประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมาที่กำแพงของพระบรมมหาราชวัง สถานที่ตั้งพระบรมศพของรัชกาลที่ 9 เหล่าประชาชนผู้จังรักภักดีไว้อาลัยแบบง่ายๆโดยการวางดอกไม้ที่ข้างกำแพง ชาคริตจับภาพปรากฎการณ์เหล่านี้ออกมาเป็นชุดภาพถ่ายขาวดำอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเงาที่พาดผ่านไปบนกำแพงวังหรือผู้คน ดูเหมือนกำลังมีพิธีกรรมบางอย่างที่ดูลึกลับ ราวกับมีดวงวิญญาณมาร่ายรำท่ามกลางบทเพลงที่ไม่มีผู้ใดได้ยิน “สำหรับผมแล้วกำแพงสีขาวคือ เส้นกั้นพรมแดนระหว่างความเป็น และความตาย” [14] ชาคริตกล่าวประกอบ งานชุดนี้บางส่วนถูกเก็บรักษาโดย Kiyosato Museum of Photographic Arts ประเทศญี่ปุ่น [15]

การค้นคว้า (Research)
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานภาพถ่ายใดๆมีความหนักแน่นขึ้นคือ ‘ข้อมูล’ หรือ ‘ประเด็น’ ที่หนุนหลังงานภาพถ่ายเหล่านั้น อันที่จริงไม่ว่าเรื่องใดๆล้วนแต่มีข้อมูล และประเด็นที่น่าสนใจประกอบอยู่ ขึ้นอยู่กับผู้สร้างงานจะลงมือค้นคว้าหาข้อมูลลึกลงไปถึงระดับใด และหยิบเอาประเด็นไหนมาพูดถึง ไม่ผิดที่ผู้สร้างงานจะอ้างถึงความรู้สึก หรือจิตใต้สำนึกที่หลบซ่อนอยู่ลึกภายในจิตใจ แล้วสำแดงออกมาเป็นชิ้นงานศิลปะ อย่างไรก็ตามถ้าความเป็นนามธรรมเหล่านั้นไม่ถูกรองรับด้วยงานด้านภาพที่น่าสนใจ และเป็นเอกลักษณ์เพียงพอ มันก็จะเป็นเพียงความบางเบาของสิ่งๆหนึ่งที่พร้อมจะสูญหายไปพร้อมกับพลวัตของความเปลี่ยนแปลงต่างๆ จนแม้กระทั่งผู้สร้างงานเองก็พร้อมที่จะลืมพวกมันไปเช่นกัน

การค้นคว้าสามารถเป็นส่วนหนึ่งของทั้งสามเรื่องที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่, บางสิ่ง, หรือสถานการณ์ ดังเช่น งานของ เกริกบุรินทร์ เกิ้งบุรี ช่างภาพจากจังหวัดเชียงใหม่ที่นำเสนอเรื่องของการนำเสนอข่าวสารในช่วงที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่ในบ้านในสถานการณ์การระบาด โควิด-19 ในชื่องานว่า ‘The Quarantine Report’ [16] คลื่นสัญญาณที่บิดเบี้ยวแตกพร่า ส่งผ่านมาทางทีวีเป็นเหมือนสัญลักษณ์บางอย่างที่บอกว่า มันอาจะแนบแฝงมาด้วยความเท็จมากกว่าความจริง ผู้ควบคุมสื่อใช้ข้อมูลต่างๆในการชักจูงให้ผู้เสพข่าวสารโน้มเอียง และเชื่อถือข้อมูลมากมายเหล่านั้น ซึ่งหากไม่ใช้สติพิจารณาให้ถี่ถ้วนอาจตกเป็นเหยื่อ หรือเครื่องมือของคนเหล่านั้นได้

       
The Quarantine Report - เกริกบุรินทร์ เกิ้งบุรี

เกริกบุรินทร์เข้าไปค้นคว้าข้อมูลต่างๆมาประกอบเพื่อสนับสนุนแนวคิดเหล่านี้ เช่นการที่สื่อผลิตซ้ำในเรื่องใดๆเป็นเหมือนการตอกย้ำเรื่องชนชั้นที่แตกต่างกัน คนเราไม่เท่ากัน สุดแล้วแต่บุญพาวาสนาส่ง ราวกับมีความพยายามจะแช่แข็งรูปแบบระหว่างชนชั้นเดิมๆไปตลอดกาล [17] ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือละครหลังข่าวที่ยังนำเสนอเรื่องเดิมซ้ำไปมา หรือข้อมูลการรับข่าวสารของประชาชนในช่วงโควิด-19 ที่ตอกย้ำว่า ประชาชนยังรับข่าวสารโรคระบาดทางทีวีมากเป็นอันดับสองรองจากทางสังคมออนไลน์ แต่หากเชื่อถือข่าวสารที่มาจากทีวีมากที่สุด ข้อมูลสนับสนุนเหล่านี้นอกจากทำให้งานดูมีประเด็นที่แน่นขึ้น แต่หากขยายวงออกไปยังเรื่องต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะสังคม ประวัติศาสตร์ที่ศิลปิน และผู้ชมงานมีส่วนร่วม มันสามารถขยับขยายบริบทของงานให้แตกแขนงออกไปเป็นเรื่องอื่นๆได้ในงานชุดต่อๆไปที่มีเส้นเรื่องเดิมเป็นแกนหลัก จากงานที่สะท้อนถึงเรื่องราวเล็กๆเรื่องหนึ่งที่ศิลปินจับสังเกตได้ มันได้กลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปของบ้านเมืองในแง่มุมต่าง ๆ และทำให้งานชิ้นนั้นผนึกตัวเองกับเหตุการณ์สำคัญช่วงหนึ่งของสังคมได้

การขยับตัวทำสิ่งใหม่ในระยะเริ่มแรกมักเกิดขึ้นอย่างยากลำบาก ต้องมีแรงพลังในการขับเคลื่อน ความเชื่อ และเป้าหมายที่ชัดเจนที่อยากจะเปลี่ยนแปลง การเริ่มทำจากสิ่งที่เล็ก ๆ ง่าย ๆ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นจะเป็นเหมือนเส้นทางที่เรียบง่าย ไม่ขรุขระ จนสามารถขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเขาเล็ก ๆ ลูกใหม่ของเราเองได้ และเมื่อมองย้อนกลับไปดูเส้นทางที่ผ่านมา อาจจะเห็นการแข่งขันฟาดฟันอันน่าสยดสยอง ซ้ำซาก หรืออาจจะเห็นความจริงแท้บางอย่างปรากฏออกมาจากบนยอดเขาสูงลูกเดิมนั้น


เชิงอรรถ

1 Michael Wolf. (2023).M97 Gallery. Tokyo Compression. https://www.m97gallery.com/tokyo-compression
2 Wikipedia. (2007). Michael Wolf (photographer). https://en.wikipedia.org/wiki/Michael_Wolf_(photogrpher)
3 Kathmandu Photo Gallery’s website. (2019). Hua Lamphong. https://www.kathmanduphotobkk.com/?p=8107
4 Eiffel Chong. (2021). Institutionalized Care. CTypeMag https://www.ctypemag.com/featuredwork/Institutionalised-Care
5 Lek Kiatsirikajorn. (2021). As Time Goes By. CTypeMag https://www.ctypemag.com/featuredwork/As-Time-Goes-By
6 ณิชมน หิรัญพฤกษ์. (2021). Kou Kimura ช่างภาพญี่ปุ่นผู้ใช้เวลา 1 ปีถ่ายภาพห้องเช่าและผู้คนแห่งนิคมฯ อมตะนคร. a day
Magazine. https://adaymagazine.com/kou-kimura-amata-nakorn-photo-set
7 MAC Books. (2023). TTP Hayahisa Tomiyasu (First edition, Fourth printing). https://mackbooks.co.uk/products/
ttp-br-hayahisa-tomiyasu-first-edition-fourth-printing
8 คัดมันดูโฟโต้แกลลอรี่. (2008). ศักดิ์สิทธิ์อัลลอย. https://www.kathmanduphotobkk.com/?p=5059
9 คัดมันดูโฟโต้แกลลอรี่ (2012). เกจิทองคำ. https://www.kathmanduphotobkk.com/?p=5859
10 CTypeMag. (2023). White Noise Exhibition - Kathy Anne Lim. https://www.ctypemag.com/featuredwork/White-Noise-Exhibition_Kathy-Anne-Lim
11 CTypeMag. (2022). Is that a Christmas tree? (นั่นมันต้นคริสมาสป่ะ?). https://www.ctypemag.com/featuredwork/Is-that-a-Christmas-tree
12 Sean O'Hagan. (2012). Park life: how photographer Kohei Yoshiyuki caught voyeurs in the act. https://www.theguardian.com/artanddesign/2012/sep/20/kohei-yoshiyuki-voyeurs-liverpool-biennial
13 Kathmandu Photo Gallery. (2018). The White Wall / Chakrit Leelachupong. https://www.kathmanduphotobkk.com/?p=7859
14 เรื่องเดียวกัน
15 K* MoPA. (2021). Photographs by the Next Generation: Young Portfolio Acquisitions 2021. p 18.
16 คัดมันดูโฟโต้แกลลอรี่ (2023). The Quarantine Report. https://www.kathmanduphotobkk.com/?p=8803
17 CTypeMag’s Youtube. (2023). ARTIST TALK - The Quarantine Report. https://youtu.be/hparS818_n8?t=1739