HOME
FEATURED WORKS
ARTISTS
EXHIBITIONS
E-MAGAZINES
THE GALLERY
ABOUT
Beyond the Vertical 1
September 20, 2026
ข้อสังเกตเกี่ยวกับศิลปะภาพถ่าย
ว่าด้วยการกระจายตัวตามแนวระนาบ

อัครา นักทำนา
มิถุนายน 2566

............................................................................

บทที่ 1 การกระจายตัวตามแนวระนาบ

แก่นคิดหลักของหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างจะเรียบง่ายว่า
"อะไรที่มันก่อตัวจนสูง ก็ทำให้มันแบนราบลง"

ส่วนมากอะไรที่มันดูสูงเหล่านี้ล้วนเกิดมาจากผู้คน กาลเวลา ความเชื่อ วัฒนธรรม หล่อเลี้ยงให้เติบใหญ่ อุ้ยอ้าย จนเคลื่อนไหวลำบาก หากคิดที่จะปฏิรูปหรือปรับรื้อโครงสร้างก็จะมีอุปสรรคขัดขวางมากมาย เพราะชุดความคิดเดิมทั้งหลายได้ผสานเข้าไปเป็นเนื้อเดียวกัน หากสืบค้นไปก็จะเจอเข้ากับการเกื้อหนุนอุปถัมภ์กันไปอย่างซับซ้อน ไม่ต่างกับเอาเกลือลงไปคนในน้ำ ยากที่จะแก้ไข หรือถ้าทำจริง ๆ ต้องใช้เวลาและทรัพยากร จนอดคิดไม่ได้ว่าการเททิ้งแล้วหาน้ำใหม่มา น่าจะเป็นวิธีที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากกว่าหรือไม่

หากแต่ในโลกความเป็นจริง มันคือการมองย้อนกลับไปสู่สิ่งเดิม พยายามมองหาจุดที่มีปัญหา หรือการเสาะแสวงหาโอกาสความเป็นไปได้ในความหมาย และคุณค่าของสิ่งเดิม ๆ เหล่านั้น กระจายมันออกมาเลือกใช้ในวาระที่ต่างกัน กระทั่งนำมาปฏิรูปสิ่งเหล่านั้นเสียเอง เหมือนกับปรากฏการณ์ทางศิลปะในสมัยก่อนที่ศิลปินรุ่นใหม่มองเห็นถึงที่การก่อร่างสร้างตัวของลัทธิทางศิลปะที่เป็นดังมหาวิหาร ความเคลื่อนไหวจึงเกิดขึ้นมาเพื่อทดลอง ท้าทาย จนไปถึงการสถาปนาลัทธิใหม่ที่แตกแขนงออกมาจากลัทธิเดิมในท้ายที่สุด

ด้วยตัวผู้เขียนสนใจและถ่ายภาพแนวข้างถนน (Street Photography - การถ่ายภาพสตรีท) มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ได้กระโดดเข้าร่วมและเห็นปรากฏการณ์มากมาย จนบางเรื่องอาจนำมายกเป็นตัวอย่างที่ดีได้เนื่องจากการถ่ายภาพแนวนี้เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในประเทศไทย จนแม้ถึงปัจจุบัน (2566) ก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จนมีศิลปินภาพถ่ายแนวสตรีทชาวไทยได้รับรางวัล และมีชื่อเสียงเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ

การถ่ายภาพสตรีท คือการที่ช่างภาพออกไปเดินถ่ายภาพในที่ สาธารณะ (Public) ไม่ได้มีการจัดฉาก (Unstaged) หรือนัดแนะกับผู้ถูกถ่ายภาพแต่อย่างใด (Candid) ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยตามธรรมชาติ แต่การให้คำจำกัดความนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนว่า อะไร อย่างไร หนักเบาแค่ไหนคือที่สาธารณะ อย่างไรคือการไม่จัดฉาก ยังมีการถกเถียงเรื่องเหล่านี้กันจนถึงปัจจุบัน แต่ส่วนมากแล้วจะถือว่า การถ่ายภาพสตรีท คือการถ่ายภาพในที่สาธารณะ ไม่จัดฉาก และมีความสร้างสรรค์ ซึ่งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นเรื่องปกติของการทำงานศิลปะในทุก ๆ แขนง แต่ความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายภาพ สตรีทจะมีเอกลักษณ์ของตัวเองเช่นกัน อาทิ ความเหนือจริง ความขบขัน การล้อเลียน ความเป็นเลขาคณิตในการจัดองค์ประกอบ การจับจังหวะในเสี้ยววินาที (Decisive Moment) ดังตัวอย่างภาพที่โด่งดังที่สุดของช่างภาพชาวฝรั่งเศส อ็องรี การ์ตีเย-แบรซง (Henri Cartier-Bresson)

บางคนอาจจะมองว่าการถ่ายภาพสตรีทจะเป็นการถ่ายภาพ ที่เอาไว้ฝึกซ้อมทักษะเพื่อต่อยอดไปสู่การถ่ายภาพแขนงอื่น ๆ มองว่า การถ่ายภาพล้อเลียน ขบขัน ไม่ได้เป็นเรื่องจริงจังในศิลปะภาพถ่าย (ผู้เขียนเคยได้ยินข่าวลือถึงเรื่องที่บางคนมองว่าการถ่ายภาพสตรีท ไม่ใช่ศิลปะภาพถ่ายด้วยซ้ำ) แต่จริง ๆ แล้วการถ่ายภาพสตรีทที่ล้อเลียน กระทบกระเทียบกับบางสิ่ง หากหยิบออกมาใช้ได้ถูกที่ ถูกเวลาและ ถูกบริบท จะเป็นเครื่องมือที่ดีในการตั้งคำถามต่อยอดเขาสูงเหล่านั้น ที่มักไม่ถูกอกถูกใจกับการล้อเลียนสักเท่าใดนัก เหมือนกันกับงาน ภาพถ่ายป้ายโฆษณาของนักการเมืองตอนหาเสียงเลือกตั้งที่ศิลปิน ภาพถ่ายหลายต่อหลายคนหยิบเอามาพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นงานของ มานิต ศรีวานิชภูมิ [1], มิติ เรืองกฤตยา [2] หรือ ปฏิภัทร จันทร์ทอง [3]
ในเมืองไทยมีกลุ่มช่างภาพสตรีท (Street Photography Collective) ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2554 ชื่อ Street Photo Thailand (SPT) แต่เดิม เป็นกลุ่มพูดคุยบนกระดานข่าวโดยมี นพดล วีรกิตติ ก่อตั้งเมื่อปี 2551 และเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มช่างภาพสตรีทในเวลาต่อมา มีผู้ร่วมก่อตั้งได้แก่ นพดล วีรกิตติ, วิสิทธิ์ กุลศิริ, นฤพล นิคมรัฐ, ฉัตรชัย บุณยะประภัศร, วินัย ดิษฐจร, อัครา นักทำนา (ผู้เขียน) ได้จัดนิทรรศการภาพถ่ายแนว สตรีท และเวิร์คช็อปหลายครั้ง รวมถึงการเปิดรับ และคัดเลือกสมาชิกใหม่ เข้าร่วมกลุ่ม ซึ่งเป็นเหมือนวัตนธรรมของกลุ่มช่างภาพสตรีททั่วโลกที่นิยม ทำกันในตอนนั้น สมาชิกที่เคยได้รับการคัดเลือก หรือถูกเชิญเข้าร่วมกลุ่ม เช่น ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์, แรมมี่ นารูลา, เจษฎา อินเอก, กันต์ระพี โชคไพบูลย์, อังกูร สังข์ทอง เป็นต้น

       

iN-PUBLiC ก่อตั้งเมื่อปี 2543 เป็นกลุ่มช่างภาพที่รวบรวมเอา ช่างภาพสตรีทมากฝีมือเข้าไว้ด้วยกันจากทั่วโลก มีช่างภาพที่มีชื่อเสียง เข้าร่วมกลุ่มนี้ เช่น นิค เทอพิน, แมตต์ สตวจ, ริชาร์ด คาลวาร์, ซอล ลิเตอร์, หรือกระทั่ง วิเวียน เมเยอร์ ที่ถูกรวบรวมเข้าไปในรายชื่อของ กลุ่มช่างภาพนี้ด้วย หนึ่งในนั้นมีคนไทยเพียงคนเดียวที่ได้เข้าร่วมคือ ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ [4]

เมื่อปี 2561 มีภาพหนึ่งถูกโหวตจากสมาชิกของกลุ่มให้เป็นภาพ เด่นประจำเดือน โดยการเลือกภาพจะเป็นการที่สมาชิกในกลุ่มจะส่ง ภาพเข้าไปและสมาชิกแต่ละคนก็จะโหวตภาพเลือกภาพที่เด่นที่สุด ภาพที่ชนะโหวตตอนนั้นคือภาพของ เบลค แอนดรูวส์ (Blake Andrews) ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายด้วย iPhone และใช้โหมดพาโนราม่า ทำให้ภาพเกิด ความบิดเบี้ยว ซึ่งเป็นที่มาทำให้ นิค เทอพิน (Nick Turpin) ผู้ก่อตั้ง กลุ่มไม่เห็นด้วยกับภาพนี้ เนื่องจากขัดกับหลักการของเขาเรื่องนิยาม การถ่ายภาพสตรีท
“I created In-PUBLiC because I saw street photography as a very specific way of working in its own right, based on observation.” … “Blake is using the iPhone panoramic feature to create distorted images. I actually like the images but I don’t consider them to be street photography” [5]
เทอพิน และสมาชิกบางส่วนถอนตัวจากกลุ่มไป แต่เนื่องจาก เวบไซต์ของกลุ่มที่ดูแลโดยเทอพินเองถูกปิดกั้นไม่ให้แก้ไข ทำให้สมาชิกคนอื่น ๆ ไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ (ภายหลังเทอพินเปิดกลุ่มอีกครั้งเพื่อรับสมาชิกใหม่) สมาชิกที่เหลือจึงไปตั้งกลุ่มใหม่ชื่อ ‘UP Photographers’ และมีประโยคหนึ่งที่น่าสนใจบนเวบไซต์ว่า
“Street photography is alive and well, and we hope to
offer an expansive view of the genre and all its possibilities.”
[6]
เรื่องนี้ดูจะสอดคล้องกับที่กล่าวมาข้างต้นที่บางสิ่งได้ก่อตัวขึ้นจนเป็นราวกับสถาบันเก่าแก่ที่มีกฏเหล็กคอยกำกับอยู่ เมื่อเกิดมีคนที่ต้องการเห็นการก้าวไปข้างหน้าพร้อม ๆ กับโลกใบนี้ จึงออกมาเคลื่อนไหว สั่นคลอนแก่นกลางของสถาบันเหล่านัน ซึ่งหากผู้มีอำนาจไม่อยากเปลี่ยนแปลง และไม่ประนีประนอม สุดท้ายก็จะเกิดการแตกหัก จากที่ก่อร่างสร้างตัวจนเป็นเขาสูง ก็กระจายตัวแผ่ออกไปในแนวระนาบ เพื่อสอดรับกับความเป็นไปของสังคมโลกที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยอัตราเร่งอย่างน่าตกใจ



ตัวอย่างงานของศิลปินภาพถ่ายร่วมสมัยของไทยที่อยากยกเป็น ตัวอย่างในเรื่อง การกระจายตัวตามแนวระนาบที่อาจตีความได้หลากหลายมุมมอง ทั้งในแง่สุนทรียศาสตร์ที่ใช้ตาเนื้อมองเข้าไป หรืออาจ ต้องใช้ตาทิพย์ในการทำความเข้าใจ เช่น งานภาพถ่ายชุด ‘Justice for My Mung Beans’ ของ นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์ ศิลปินภาพถ่ายและศิลปะจัดวางชาวไทย งานนี้เคยจัดแสดงในนิทรรศการกลุ่ม ‘นักตีความ’ (Interpreters) ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) ในปี 2565 เป็นงานภาพถ่าย 6 ภาพของเมล็ดถั่วเขียวที่ปลูกไว้ใน กระบะเพื่อรอเวลาให้พวกมันเจริญเติบโต และจะได้รับคะแนนจาก ครูผู้สอน

จากภาพแรกจนถึงภาพสุดท้ายที่เผยให้เห็นว่าเหล่าเมล็ดถั่วเขียวที่หน้าตาเหมือนกันในตอนแรก พวกมันมีสิทธิ์ที่จะแตกต่างกันเมื่อเติบโตขึ้นมา แม้ว่าจะถูกเลี้ยงดูด้วยปัจจัยที่แทบจะไม่ต่างกันเลยก็ตาม (สุดท้ายนรภัทรได้คะแนนเต็มศูนย์เพราะถั่วงอกเติบโตขึ้นมาต่างไปจากมาตรวัดของครู) งานชิ้นนี้นรภัทรเลือกสื่อถึงประเด็นการกำหนดกรอบความถูกต้องสมบูรณ์ตั้งแต่แรกเริ่มโดยผู้มีอำนาจในมือ โดยไม่คำนึงถึงเรื่องความหลากหลาย และความเป็นไปได้ต่าง ๆ งานชิ้นนี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องแนวคิดที่กำลังกำหนดรูปร่างของสังคมที่ควรจะเป็นเท่านั้น แต่นำเสนอถึงสุนทรียศาสตร์ในศิลปะภาพถ่ายที่มีหลายรูปแบบ และภาพอันแสนเรียบง่ายเช่นนี้ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งเล่นล้อไปอย่างกลมกลืนกับเนื้อหาหนัก ๆ ที่ต้องการจะสื่อสาร





อีกตัวอย่างหนึ่งที่เป็นงานภาพถ่ายขาวดำ เปิดมุมมองทางสุนทรียศาสตร์ของงานภาพถ่ายได้อย่างเรียบง่าย ปราศจากแสงเงาอันงามวิจิตรตามแบบฉบับอนุรักษ์นิยม พาผู้ชมให้ซึมซาบความงามในอีกรูปแบบหนึ่ง งานภาพชุด ‘Waiting for the King’ (2550) ของ มานิต ศรีวานิชภูมิ ศิลปินภาพถ่ายร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงชาวไทย เป็นงานชุดภาพถ่ายของเหล่าประชาชนกำลังรอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ตลอดรายทางตั้งแต่พระราชวังจนถึงพระบรมมหาราชวัง เนื่องในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ส่วนแรกเป็นชุดภาพของคนที่ยืนรอรับเสด็จด้วยท่าทีที่ต่างกันไป ส่วนชุดภาพที่สองคือภาพผู้คนที่นั่งมองผ่านรั้วกั้นด้วยรอยยิ้มพร้อมธงในมือ ผู้เขียนเคยเห็นการจัดเรียงงานชิ้นนี้เป็นแนวระนาบยาวในนิทรรศการที่หนึ่งทางอินเตอร์เนต [7] เป็นการวางรูปแบบที่ตรงกันกับความเป็นจริง และปล่อยให้ภาพถ่ายทำงานด้วยตัวมันเองได้อย่างยอดเยี่ยม




นอกจากการสร้างงานโดยศิลปินแล้ว ความเคลื่อนไหวเรื่องการเปิดพื้นที่ในการทำงานศิลปะภาพถ่ายก็มีความสำคัญในเรื่องการกระจายตัวของโอกาสไปยังศิลปิน และภูมิทัศน์ต่างๆของศิลปะภาพถ่ายไทย

‘เทศกาลโฟโต้บางกอก’ (Photobangkok) ในปี 2558 ก่อตั้งโดย ปิยทัต เหมทัต [8] เป็นเทศกาลภาพถ่ายครั้งสำคัญของไทยที่มีบทบาทในการผลักดัน และส่งเสริมศิลปินภาพถ่ายรุ่นใหม่ ๆ ให้เกิดการตื่นตัวอย่างก้าวกระโดด มีความร่วมมือจากศิลปิน ภัณฑารักษ์ และแกลลอรี่พันธมิตรจำนวนมากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ได้หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร (BACC) เป็นสถานที่หลักในการจัดงาน งานแสดงมีทั้งภาพถ่าย ศิลปะจัดวาง สไลด์โลว์ เวิร์คช็อป งานเสวนา พอร์ตโฟลิโอรีวิว ฯลฯ (เทศกาลโฟโต้บางกอกถูกจัดอีกครั้งในปี 2561)
"เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าในประเทศไทยของเรานี้เต็มไปด้วย ศิลปินภาพถ่ายที่มีใจรักในงานสร้างสรรค์ และมากด้วยความสามารถในด้านภาพถ่าย จึงเกิดการรวมตัวกันเพื่อสร้างพื้นที่ให้ศิลปินภาพถ่ายก้าวไปสู่ระดับสากลเทศกาลโฟโต้บางกอก มีความตั้งใจที่จะสร้างกลุ่มเครือข่ายที่ยั่งยืนของวงการภาพถ่าย รวมทั้งพยายามเสนอความรู้ใหม่ ๆ แลกเปลี่ยนความรู้ สร้างโอกาสในการนำเสนอผลงานแก่ผู้สนใจ และด้วยสื่อภาพถ่ายนี้เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถยกระดับวงการสร้างสรรค์ของเราได้รุ่นสู่รุ่น" ปิยทัต เหมทัต, ถ้อยแถลงของเทศกาล ที่ทางหอศิลปวัฒนธรรมฯบันทึกไว้ [9]
ในปีเดียวกันมีอีกเทศกาลหนึ่งที่จัดขึ้นคือ ‘เทศกาลภาพถ่ายเชียงใหม่’ (Chiang Mai Photo Festival) ในหัวข้อ ‘Young ASEAN Eyes+’ ที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ [10] จัดขึ้นร่วมกับมหาวิทยาลัยจากทั่วเอเชีย ได้แก่ ประเทศไทย จีน เวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย พม่า และสิงคโปร์ จัดแสดงผลงานมากกว่า 200 ชิ้น ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นิทรรศการที่น่าสนใจคือ ‘Documenting as Method: Photography in Southeast Asia’ ได้ จวง วูบิน (Zhuang Wubin) เป็นภัณฑารักษ์ [11] (เทศกาลภาพถ่ายเชียงใหม่ จัดต่อไปอีกสองครั้งคือ 2560 และ 2563 ก่อนเกิดการระบาดใหญ่ของโควิด-19)



ในปี 2559 ‘ซีไทป์แม็ก’ (CTypeMag) ก่อตั้งโดย อัครา นักทำนา (ผู้เขียน) กำเนิดขึ้นด้วยเหตุหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะจากการตื่นตัวของการถ่ายภาพที่มีเพิ่มอย่างมากหลังจากเทศกาลภาพถ่ายในเมืองไทย และกระแสการถ่ายภาพของคนรุ่นใหม่ในสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตามช่วงนั้นเมืองไทยยังไม่ค่อยมีเวบไซต์ หรือแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้คนที่สนใจการทำภาพถ่ายชุดที่หลากหลายแนวทางได้แสดงในรูปแบบออนไลน์เท่าใดนัก ในขณะที่ต่างประเทศมีเวบไซต์แบบนี้มากมายที่เปิดโอกาสให้ส่งงานเข้าไป (Open Submissions)

การที่จะให้เกิดการกระจายตัวของงานภาพถ่ายรูปแบบใหม่ในพื้นที่อื่น ๆ จะต้องสร้างฐานขึ้นมารองรับสิ่งเหล่านี้เสียก่อน จึงจะเกิดแรงกระเพื่อมกระจายออกไปได้ไกล สาเหตุอีกประการหนึ่งคือ เรื่องของโอกาสที่มักกระจุกตัวอยู่กับคนที่ ‘มี’ อยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเรื่อง ชื่อเสียง เงินทอง อำนาจวาสนา และเป็นคนส่วนน้อยในสังคม ซึ่งกลไกเก่า ๆ ก็จะเปิดพื้นที่ให้ก่อนเสมอไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็ตาม ผู้เขียนจึงคิดว่าแพลตฟอร์มนี้น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มาช่วยถมช่องว่างที่ห่างจากกันทุกที ๆ นอกจากนั้น ซีไทป์แม็กแกลลอรี่ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2564 ในซอยภูมิจิตร ย่านพระโขนง มีการเปิดรับผลงานจากทั่วโลก และคัดเลือกงานจากศิลปินภาพถ่ายเพื่อแสดงผลงานในรูปแบบนิทรรศการในสถานที่จริง รวมทั้งมีหนังสือภาพถ่าย และซีน (หนังสือภาพถ่ายขนาดเล็ก) มาวางให้อ่าน ปัจจุบันแกลลอรี่หยุดดำเนินการชั่วคราว
ชื่อ ซีไทป์ (CType) มาจากลักษณะดาวเคราะห์น้อยในระบบสุริยะที่มีส่วนประกอบของคาร์บอน C-type ซึ่งสะท้อนแสงได้น้อยที่สุด มีจำนวน 75% ของดาวเคราะห์น้อยทั้งหมด ส่วนที่เหลือที่สะท้อนแสงได้มากกว่าคือ S-type (ซิลิกา) 15% และ M-type (เมทัล) 10% [12], ตัวผู้เขียนเองก็จัดว่าเป็น C-type จึงเลือกชื่อนี้เพื่อแสดงออกว่า คนส่วนใหญ่ที่ไม่สะท้อนแสงมากนักก็มีพลัง และอำนาจในแบบของพวกเราได้
ช่วงปี 2560 มีความเคลื่อนไหวทางภาพถ่ายที่น่าสนใจเกิดขึ้นนั่นคือ SPARK [13] ที่ก่อตั้งโดย เอกรัตน์ ปัญญะธารา บรรณาธิการนิตยสาร National Geographic Thailand ในขณะนั้น ที่มุ่งหวังให้ผู้คนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพมาร่วมแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับภาพถ่ายในกิจกรรม ‘One Shot One Minute’ จัดขึ้นที่ House of Luice แกลเลอรี่ เอกมัย 8 (ปัจจุบันปิดตัวลง) เป็นกิจกรรมที่ให้คนรักการถ่ายภาพนำภาพถ่ายของตัวเองมาพูดถึงภายใน 1 นาที นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการเชิญศิลปินนักถ่ายภาพที่มีประสบการณ์มาพูดคุยในรูปแบบการฉายสไลด์ ได้รับความสนใจอย่างมากจากคนในวงการภาพถ่าย นอกจากนี้ เอกรัตน์ได้จัดเวิร์คช็อป Personal Project ที่ไม่ใช่เวิร์คช็อปที่จัดแค่ 1-2 วัน แต่เป็นระยะยาวหลายเดือนเพื่อบอกว่า การได้งานที่ดี ‘เวลา’ ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากในการทำงานศิลปะภาพถ่าย

       

อีกที่หนึ่งบนโลกออนไลน์ของไทยที่เปิดโอกาสให้กับงานภาพถ่ายที่มีรสชาติที่แตกต่างทางด้านเนื้อหาและด้านความงามทางศิลปะภาพถ่าย ‘Arctribe’ ก่อตั้งโดย กันต์ระพี โชคไพบูลย์, กมลลักษณ์ สุขชัย, ภรินทร์ลดา อาภาภิรม, และ สิริมา ไชยปรีชาวิทย์ ในปี 2561 [14] คัดเลือกจัดแสดงงานศิลปะภาพถ่ายร่วมสมัยมาแสดงบนเวบไซต์ และทางโซเชียลมีเดียอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งก่อตั้งสำนักพิมพ์ ‘Arc Press’ โดยทำงานร่วมกับ ปริวัฒน์ อนันตชินะ ศิลปินอิสระ และกราฟิคดีไซน์เนอร์ [15] ผลิตหนังสือภาพถ่ายที่น่าสนใจออกมาหลายต่อหลายเล่ม

ปี 2562 ร้านหนังสือภาพถ่ายที่ชื่อ ‘Vacilando Bookshop’ ถือกำเนิดขึ้นโดย ปิ่น - วิทิต จันทามฤต เริ่มแรกจากการขายหนังสือภาพถ่ายทางอินสตาแกรม ขยับขยายมาฝากขายที่ Book & Belongings ย่านบางจาก และตัดสินใจเปิดร้านด้วยตัวเองที่ชั้น 2 ของตึก Arai Arai ย่านวงเวียน 22 กรกฎา ในช่วงต้นปี 2563 [16] เป็นสถานที่ที่เป็นเหมือนจุดรวมตัวสำคัญของผู้ที่ชื่นชอบหนังสือภาพถ่ายในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงศิลปินภาพถ่ายที่นำหนังสือมาฝากวางจำหน่ายช่วงปี 2563 บนโลกออนไลน์เริ่มมีการกำเนิดขึ้นของพื้นที่ที่นำเสนอความเป็นไปในแวดวงการถ่ายภาพเช่น ‘D1839’ นิตยสารออนไลน์ที่มีการเผยแพร่บทความ บทสัมภาษณ์ที่มีประโยชน์ ทันต่อเหตุการณ์ในวงการถ่ายภาพไทย และต่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนช่างภาพหน้าใหม่อย่างสม่ำเสมอ ร่วมก่อตั้งโดย วิรุนันท์ ชิตเดชะ, ธันวา ลุจินตานนท์, และปาจรีย์ กลิ่นชู [17]

ในคาบเวลาใกล้ๆกัน ‘RPST Exposure’ ได้ปรากฎตัวออกมาบนโลกออนไลน์ ถือว่าเป็นสาขาย่อยที่แยกออกมาจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (RPST) เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบทางสื่อสังคมออนไลน์ จากแนวคิดของ ผ้าป่าน - สิริมา ไชยปรีชาวิทย์ (นายกสมาคมฯในขณะนั้นคือ ดาว วาสิกสิริ) และได้ ฐิตพัฒน์ ฉิมประเสริฐ เป็นนักเขียนหลัก [18] ถือว่าเป็นก้าวที่น่าจับตามองของสถาบันการถ่ายภาพที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทยที่ขยับตัวอย่างมีนัยสำคัญ



รวมถึงสถานที่บนโลกจริงอย่าง ‘HOP’ (Hub of Photography) ที่ได้ศิลปินภาพถ่ายมาช่วยบริหารพื้นที่อย่าง ธีระฉัตร โพธิสิทธิ์, สิริมา ไชยปรีชาวิทย์, มาริษา รุ่งโรจน์ ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ศรีนครินทร์ ในขณะที่ห้างสรรพสินค้าอื่นๆแสดงงานศิลปะที่หลากหลาย แต่ที่นี่จัดแสดงเฉพาะผลงานภาพถ่ายเท่านั้นเพื่อสนับสนุนทั้งศิลปินภาพถ่ายชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงศิลปินหน้าใหม่ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญในการผลักดันวงการศิลปะภาพถ่ายให้กระจายตัวไปสู่คนหลาย ๆกลุ่ม กิจกรรมที่น่าสนใจคือ ‘EMERGE’ ที่เปิดให้คนที่มีวิทยานิพนธ์ทางการถ่ายภาพส่งเข้ามาเพื่อคัดเลือกมาจัดแสดง

ตัวอย่างที่ยกมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวของศิลปินภาพถ่าย รวมถึงกลุ่มบุคคล องค์กร ที่มีบทบาทในการผลิตผลงาน และสนับสนุนในส่วนต่าง ๆ ทั้งเรื่องกระบวนการสร้างงาน สุนทรียศาสตร์ทางภาพถ่าย ความหมายและคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ หากลองจินตนาการว่าสิ่งที่มีอยู่เดิมเป็นเหมือนลูกคลื่นสองมิติ การที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือสร้างใหม่ ความสูงของลูกคลื่นเดิมต้องลดลง และขยายฐานตามแนวระนาบ เมื่อปริมาณฐานมากพอจึงจะก่อกำเนิดลูกคลื่นใหม่ไปตามแนวระนาบนั้น การจะทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้ต้องอ้างอิงจากองค์ความรู้เดิม มาผสมผสานกับแนวคิดที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านั้นซะเอง จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่จำเจ หลุดพ้นจากกับดักอันแสนสุขสบายที่ถูกวางเอาไว้อย่างแนบเนียน เรื่องเหล่านี้ต้องใช้ความกล้าหาญเป็นทุนรอนสำคัญ ซึ่งผลที่ได้อาจจะเป็น หรือไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง แต่การที่ได้ลงมือปฏิบัติไม่ต่างกับการเปิดตาที่สาม มองทะลุผ่านไปสัมผัสการรู้แจ้งในอีกโลกหนึ่ง และสู่โลกใบถัด ๆ ไปไม่รู้จบ


เชิงอรรถ

1 มานิต ศรีวานิชภูมิ. (2016). กลัว | Fear, การเลือกตั้งแห่งความเกลียดชัง, น. 108-111
2 มิติ เรืองกฤตยา. (2011). Thai Politics, III. https://www.mi-ti.com/index.php?/thai-politics/iii-2011
3 Realframe Facebook. (2023). Facebook Post, Echo From The People. https://www.facebook.com/realframefanpage/posts/716868547114602
4 Wikipedia. (2558). In-Public. https://en.wikipedia.org/wiki/In-Public
5 thephoblographer.com. (2561). IS THIS THE END OF IN-PUBLIC? QUESTIONING WHAT STREET PHOTOGRAPHY REALLY IS. https://www.thephoblographer.com/2018/09/13/is-this-end-of-in-public-questioning-what-street-photography-really-is
6 UP Photographers. (2565). About. https://upphotographers.com/about
7 hongkongandme. (2013). In conversation with photographer Manit Sriwanichpoom (Thailand). https://artflowcontempo.wordpress.com/2013/05/17/in-conversation-with-photographer-manit-sriwanichpoom-thailand
8 SIPF. (2013). Piyatat Hemmatat. https://sipf.sg/professional/piyatat-hemmatat
9 BACC. (2558). เทศกาลโฟโต้ บางกอก 2015 เทศกาลภาพถ่ายนานาชาติ. https://www.bacc.or.th/event/1039.html
10 MGR Online. (2558). มช.ดึงมหาวิทยาลัยทั่วเอเชียจัดใหญ่เทศกาลภาพถ่ายนานาชาติเดือนนี้. https://mgronline.com/local/detail/9580000015444
11 Zhuang Wubin. (2015). CHIANG MAI PHOTO FESTIVAL 2015. https://zwubin.wordpress.com/2015/03/20/chiang-mai-photo-festival-2015
12 Wikipedia. (2549). แถบดาวเคราะห์น้อย. https://th.wikipedia.org/wiki/แถบดาวเคราะห์น้อย
13 ภัทรานิษฐ์ จิตสำรวย. (2017). ​SPARK เมื่อทุกคนเป็นเจ้าของภาพที่ดีได้ทุกวัน. https://themomentum.co/spark-magazine
14 ฉัตรรวี เสนธนิสศักดิ์. (2020). Arctribe แพลตฟอร์มวิชวลอาร์ตตาแตกแห่งภาคพื้นเอเชีย โดยคนทำงานวิชวลเพื่อคนชอบงานวิชวล. https://adaymagazine.com/arctribe-mag
15 กาญจนาภรณ์ มีขำ. (2021). ARCTRIBE 1ST ARCNIVERSARY หนึ่งปีกับการเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนงาน VISUAL ของ ARCTRIBE. https://www.d1839.com/article/arctribe
16 กิตตินันท์ วัฒนธิติกุล. (2021). ‘Vacilando Bookshop’ ร้านหนังสือและพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิด. https://themomentum.co/outandabout-vacilando-bookshop
17 ธันวา ลุจินตานนท์. ผู้ร่วมก่อตั้ง D1839, ช่างภาพ. (8 สิงหาคม 2566). สัมภาษณ์.
18 ฐิตพัฒน์ ฉิมประเสริฐ. นักเขียน, ภัณฑารักษ์. (18 กรกฎาคม 2566). สัมภาษณ์.