Bangkok Through Poster 2020
BANGKOK THROUGH POSTER 2020 aims to be part of the democratic movement and also to support freedom of expression. The topic of this year is “Poster of the people, by the people and for the people” This year’s poster exhibition will be about diversity and focus on opening the space for new designers, artists, students as well as other fields; regardless of gender, age, or nationality. 

© juxjux

© Nichaporn Jirapongsanaruk

© Panasann Pattanakulchai

© Baphoboy

© I-H-T studio

© Katarzyna Nachman

© Norrawich Busarakum

© Rabbithood Studio


© meetmrtwo

© MADs Festival

© Chanathip Pongskul

© Sina Wittayawiroj

© Suchet Inuthai

© Supanat Surichai

© Naufan Noordyanto


© Surapat Chokkij

The poster is inspired from the poster in the past that usually hanged in the bedroom as an inspiration similar to net idol in nowadays. Marshal Sarit Thanarat is one of the influencer and idol of rightist and reactionary in Thailand because he usually have a image of resolute hero and outstanding lover and fucker which is the model of Thai male in the past until nowadays.
After the death of Marshal Sarit Thanarat is an important transformative moment. Thai citizen find out that he have up to 81 wives and have countless amount of properties.
Marshal Sarit Thanarat is one of the most important political and military role model since the Coup d’etat (government takeover by military) and the overthrow of Khana Ratsadon (People’’ Party) in 1966.
This trapped and stucked Thai citizens in Democratic Development.

Marshal Sarit Thanarat Briefly biography
Marshal Sarit Thanarat (16 June 1908–8 December 1963)
was the 11th prime minister of Thailand, Minister of Ministry of Defence, Army Commander, and Director General of Thai Royal Police
In the period of Thai’s Coup d’etat in 1957 His Majesty King Bhumibol Adulyadej appointed him as a Military Defender of the Nation without the recipient of the royal command.
The era of Marshal Sarit Thanarat government, there is a naming of Thai regime as “the politics of despotic paternalism (Thailand). His position as prime minister leads to the creation of “The Sarit- Thanom-Prapat military dictatorship” which remain up to 2 decades.
Marshal Sarit Thanarat had lots of mistresses. He remain his position as prime minister until he pass away in 8 December 1963 at Phra Mong Khut Klaow hospital from Chronic Kidney disease and other diseases at his age of 55 years old. After his departure, the possession of his inheritance of 2874 million baht net worth became a dispute case. Marshal Thanom government had an order to confiscate 604 million baht from Marshal Sarit properties.

โปสเตอร์ได้แรงบันดาลใจจากโปสเตอร์ในสมัยก่อน ที่มักติดไว้ในห้องนอนเพื่อเป็นแรงบันดาลใจคล้ายเน็ตไอดอลในปัจุบัน จอมพลสฤษด์ ธนะรัชต์นับว่าเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ และเป็นไอดอลของนักรัฐประหารและพวกขวาจัด. ในประเทศไทย เพราะจอมพลสฤษด์ ธนะรัชต์มักมีภาพลักษณ์ของการเป็นวีรบุรุษที่เด็ดขาด และเอกบุรุษในความเป็นนักรักและนักเย็ด ตามแบบชายชาติทหาร ซึ่งถือเป็นต้นแบบของชายไทยที่ล้าหลังตลอดจนถึงปัจุบัน ภายหลังการเสียชีวิตของจอมพลสฤษด์ ธนะรัชต์ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ คนไทยก็พบว่าเขามีภรรยาถึง 81 คนและมีทรัพย์สินอีกมากมายนับไม่ถ้วน จอมพลสฤษด์ ธนะรัชต์ ถือว่าเป็นโรล โมเดลที่สำคัญทางการมืองและการทหาร ที่สำคัญของไทยนับตั้งแต่ทำการรัฐประหารและล้มล้างคณะราษฎร์ได้สำเร็จในปี 2509 ทำให้ประเทศไทยติดหล่มและติดกับดักในพัฒนาประชาธิปไตย

ประวัติย่อจอมพลสฤษด์ ธนะรัชต์
จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ (16 มิถุนายน พ.ศ. 2451–8 ธันวาคม พ.ศ. 2506) เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 11, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการทหารบกและอธิบดีกรมตำรวจ ในคราวรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2500 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเขาเป็นผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร โดยไม่มีผู้รับสนอง
พระบรมราชโองการ[5] ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีคำเรียกรูปแบบการ ปกครองว่า “ระบบพ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ” การดำรงตำแหน่งของเขาก่อให้เกิด “ระบอบสฤษดิ์–ถนอม–ประภาส” ที่กินเวลาเกือบสองทศวรรษ
จอมพลสฤษดิ์มีอนุภรรยาจำนวนมาก[6] จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งนายก รัฐมนตรีจนถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2506 ที่ โรงพยาบาล พระมงกุฎเกล้า ด้วยโรคไตพิการเรื้อรัง และอีกหลายโรค สิริอายุ 55 ปี หลังเขาถึงแก่ อสัญกรรม มรดกมูลค่า 2,874 ล้านบาทเป็นคดีพิพาท รัฐบาลจอมพลถนอมสั่งยึด ทรัพย์เขา 604 ล้านบาท

Nichaporn Jirapongsanaruk
Title: You have right to Ask
Asking questions often arise form having things we don’t know, questioning from a problem, or what we found. No matter who we are, what generation is it, what genders or roles are, everyone cannot be the same, and we can have different question which resulted in the exchanges and insured new ideas together with “evincing, listening and accepting differences”
การตั้งคำถามมักจะเกิดจากการที่เรามีสิ่งต่างๆที่เราไม่รู้ หรือ ตั้งคำถามจากปัญหา จากสิ่งที่พบเจอ ไม่ว่าเราจะเป็นใคร อยู่เจนเนอเรชั่นไหน เพศอะไร หรืออยู่ในบทบาทไหนของสังคมไทย ทุกคนล้วนไม่เหมือนกัน คนแต่ละคนในสังคมล้วนสามารถตั้งคำถามที่แตกต่างกันไป ซึ่งทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและเกิดแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งควบคู่มากับการแสดงออก รับฟัง และยอมรับความแตกต่าง

Panasann Pattanakulchai

Title : “คำนับ” (Kam-Nab)
The beauty of Emerald’s color.
Under the ocean.
In the deepest, we found some disaster.
We found inequality that sweep under the carpet.
The violence or oppression ,turn into righteousness. That will be immoral.
In the brilliant eyes of god, we conceal it.
Moral under the dictatorship.

ในจุดที่ลึกที่สุด เราพบจุดอันตราย
ความรุนแรงกดขี่ กลายเป็นความชอบธรรม แม้จะผิดศีลธรรม

I-H-T studio
TITLE: our army
If you are Thai people, you ‘must’ be proud of your army!!!!
ถ้าคุณเป็นคนไทย คุณ “จง” ภูมิใจในทหารของคุณ!!!!

Katarzyna Nachman (Poland)
Title: King

Norrawich Busarakum
Title : จงทำดี จงทำดี จงทำดี
The phrase for boy scout that many Thai people could remember since being a kid. All thai students were told to believe and recite the word “do the good deed” but the actual meaning of the phrase is so dubious. What does the good deed actually mean? For general Thai culture this wording is to maintain all kids in the straight line to which if they follow the order and suggestion of an adult that means they are doing the good thing. However this expression of meaning is kind of vague and curious because goodness is really difficult to define and even more complex, regarding the individual cultures and contexts. Thai kids lack the investigation for the action which they need to do by the advice from the adult. They have no critique and rumination. Those authorities produced structurally this frame of knowledge, the propaganda of dictators, the system of cowardice, into the education of Thai society, for example Twelve Values Announced by the Head of the National Council for Peace and Order (NCPO).
For now, dear all authorities and adults, please look at this wording carefully. You are living in the globalised world. You are following along with the world of changing. All your thoughts and information are contaminated. Your trust and believe are being shaken by new generations. The ego and bias overwhelm you day by day. The phrase “do the good deed” has been changed in your perception of bias, and needs to be reconsidered that your goodness is for self or for people. Please remember that power belongs to the people, provided by people and needs to be utilized for the sake of people.
Finally the phrase “do the good deed” is not to obey without rationale and consideration but it is to listen with positive regard to the people even if those people disagree with us. The kids of today are the mature persons in the future. So please think over for your sake that how you have been changing from the past.

วาทกรรมที่ลูกเสือทุกคนจะประสบตั้งแต่สมัยยังวัยเยาว์ คือ คํากล่าวต่ออาเคล่า ว่า “เราจะทําให้ดีที่สุด” เป็นพร็อพเพอกันดาฝังหัวเด็กไทยหลายต่อหลายคนว่า จงทําดี จงทําดี จงทําดี หากเพียงแต่ความดีท่ีพูดถึงน้ัน เป็นสิ่งที่จับต้องได้ยาก เป็นความหมายอันลึกซึ้ง ซึ่งปรับเปลี่ยน แล้วแต่ผู้คนจะมอง แล้วแต่บริบทจะ เอื้ออํานวย แต่สําหรับ เด็กๆแล้วนั้น ความดีก็คือ การสดับรับฟังผู้ใหญ่โดยมิต้อง ต้ังคําถามให้ใคร่สงสัยในคําตอบ ผู้ใหญ่ว่ากล่าวสิ่งใดก็ควรจะต้องทําตาม ต้อง เชื่อฟัง
สิ่งที่ผู้มีประสบการณ์มาก่อนตักเตือนน้ัน เป็นสิ่งที่น่ายึดถือ เดินตาม ดั่งที่ว่า “เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด” ท้ังหมดน้ันหล่อหลอมผู้คนจากรุ่นสู่รุ่น ทําให้หลายคนขาดการตั้งคําถามเชิงวิพากษ์ เด็กไทยขาดการพัฒนาเชิงความคิดและตรรกะ ทั้งหมดล้วนเกิดจากการล้อมกรอบทางความคิด ของผู้มีอำนาจ สร้างอำนาจนิยมเชิงโครงสร้างฝังเข้าไปในระบบการศึกษา ยกตัวอย่าง เช่น ค่านิยมสิบสองประการ
บัดนี้ ถึงเวลาถามกลับท่านท้ังหลาย ที่มัวเมาในอํานาจ ต่างเจริญ เติบโต และ เจือปนในโลกท่ีแปรผันอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ท่านยึดถือนั้น ณ ตอนนี้ ต่างถูกส่ัน คลอนด้วยคําถามจากคนรุ่นใหม่ ซึ่งท่านทั้งหลาย มิอาจล่ามโซ่ตรวนแห่งปัญญาได้อีก ท่านทั้งหลายจงมองกลับไปดู จงนึกย้อนไปในวัยเยาว์ “จงทําดี จงทําดี จง ทําดี”

ลองสังเกตุเถิดว่า คําเหล่านี้เจือปนไปแค่ไหน ในร่างที่อัตตาเริ่มท่วมท้น ถามตัวท่านเองว่า สิ่งท่ียึดถือทุกวันน้ี เป็นคุณงามความดีจริงหรือ เป็นคุณค่าต่อ ส่วนรวม หรือ ส่วนตนและพวกพ้อง จงพึงระลึกว่า อํานาจนั้นเป็นของประชาชน ต่างต้องจัดสรรโดยประชาชน และท้ายที่สุด จะต้องเป็นไปโดยประโยชน์สุขของ ประชาชน

ท้ายที่สุด วาทกรรม “จงทําดี” มิใช่การ เชื่อฟัง โดยปราศจากเหตุผลไร้การไตร่ตรอง ใคร่ครวญ หากแต่คือการ รับฟัง อย่างตั้งใจ อย่างเปิดรับ และพยายามเข้าใจในตัวผู้อื่น เด็กในวันนี้ คือ ผู้ใหญ่ในวันหน้า แล้วตัวท่านล่ะ ลองย้อนดูว่า ตัวท่านในวันน้ีเปลี่ยนจากตัวท่านในวันวานไปแค่ไหน

Rabbithood Studio
2 พฤศจิกายน 2563

Title: Inarticulate

MADs Festival
Title : ศรัทธา
Reproduction of beliefs without questioning, bring about religious business who forged people by raising their hopes of obtaining what they desire. Desire in fortune, wish for happiness. Desire to get free from the cycle of suffering. All the surrealist desires and the fleeing of fear within heart. It can be believed to be true if the terms of this business are met. Business cycles like this have led to a reproduction industry. That is more successful than any business. When looking back at the origin of production of course, all profits will go to the business owner. And if the industry reproduces this belief is a monopoly, the return of faith would turn out to be a tremendous profit to someone controlling the reproduction of all this faith. From whom are all beliefs made? And what results from this production.
การผลิตซ้ำความเชื่อโดยไม่ตั้งคำถาม นำมาซึ่งธุรกิจศาสนา ที่หล่อหลอมผู้คนด้วยการหยิบยื่นความหวังถึงการได้มาในสิ่งที่ตนปราถนา ปราถนาถในลาภยศ ปราถนาถึงความสุข ปราถนาที่จะหลุดพ้นวัฐจักรแห่งทุกข์
ทุกความปราถนาที่เกินจะไขว้คว้าและการหลีกหนีความกลัวภายในจิตใจ ถูกทำให้เชื่อว่าเป็นจริงได้ถ้าปฏิบัติตามเงื่อนไขของธุรกิจแห่งนี้ วงจรธุรกิจเช่นนี้นำมาซึ่งอุตสาหกรรมการผลิตซ้ำ ที่ประสบความเร็จกว่าธุรกิจใดๆ
เมื่อมองย้อนกลับไปยังต้นทางของการผลิต แน่นอนว่าผลกำไรทั้งหมดจะต้องตกเป็นของเจ้าของธุรกิจ และหากอุตสาหกรรมที่ผลิตซ้ำความเชื่อเช่นนี้ เป็นธุรกิจผูกขาด ผลตอบแทนจากความเชื่อและศรัทธาจะกลายเป็นกำไรจำนวนมหาศาลให้กับใครคนหนึ่งที่คอยควบคุมการผลิตซ้ำความเชื่อทั้งหมดนี้

Chanathip Pongskul
Title: Freedom menu
Inspired by restaurant poster that advertised their dishes which are created from same ingredient. If the power from people of Thailand is one of the ingredients, what kind of dishes can be created. Can this ingredient be used to create true democracy?
มีที่มาจากการเห็นโฆษณาตามร้านอาหารหลายๆแห่งที่มีการโฆษณาเมนูของร้านตัวเองว่า จากวัตถุดิบเดียวกันสามารถนำไปประกอบอาหารประเภทใดๆบ้าง เพื่อเพิ่มคุณค่า ในทางกลับกัน หากมองว่าพลังบริสุทธิ์ของประชาชน ที่ร่วมกันเรียกร้องเสรีภาพ เป็นวัตถุดิบอาหารชนิดหนึ่ง วัตถุดิบนี้สามารถนำไปประกอบอาหารอะไรได้บ้าง? วัตถุดิบนี้ สามารถนำไปประกอบเป็นประชาธิปไตยได้หรือไม่?

Sina Wittayawiroj
No concept

Suchet Inuthai
Title : You can fly, but you can’t sing
The illustration tries to present the rights and freedom of speech in Thailand. The previous protests and many times which people came out to speak and sound their voice had shown us that under this unfairness law does not support us to speak out our mind. We don’t have to complicate it with political issues. Even if we want to speak, ask, criticize, or giving advice can any of the power holders hear us? Our voices for ourselves can any one of them hear us… If so, we can fly forward with our mouth shut one day we shall fall on the ground.
นำเสนอถึงการถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการพูดของสังคมไทย เหตุการณ์การชุมนุม หรือการออกมาเรียกร้องสิ่งต่างๆที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นแล้วว่าภายใต้กฏหมายที่บิดเบี้ยวนี้ไม่ได้สนับสนุนให้คนออกมาพูดได้อย่างที่ใจนึกคิด เราไม่ต้องหยิบโยงให้ซับซ้อนถึงเรื่องการเมืองก็ได้ แค่เสียงของเราในการพูด เรียกร้อง ติเตียน หรือแนะนำ ต่อบุคคลที่กำอำนาจนั้นอยู่ พวกเขาเหล่านั้นจะได้ยินรึเปล่าแล้วถ้าหากพวกเขาได้ยินแต่ไม่สนใจจะเป็นเช่นไร เสียงของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ที่เราส่งออกไปนั้นมีใครรับฟังอยู่ไหม… หากเป็นเช่นนั้นแล้วเราจะบินไปข้างหน้าได้อย่างไรหากถูกปิดปากไม่ให้ส่งเสียงเช่นนี้ วันนึงเราคงล่วงหล่นลงมายังบนพื้นดิน

Supanat Surichai
A member of parliament is the representative of the people who live in their constituency. Sometimes I couldn’t understand who are they represented. Are they overpowered by anyone? and if house of representative isn’t strong enough I don’t think we will have a complete democracy in this country.
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือกลุ่มคนที่ควรได้รับเลือกมาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน และเป็นเสียงที่พูดแทนประชาชนที่เลือกตนเข้ามา หลายครั้งเราเกิดความรู้สึกสงสัยว่าผู้แทนราษฎรคนนี้คือผู้แทนของใคร มีอำนาจอื่นใดนอกจากประชาชนที่ส่งผลต่อคำพูดของเขาหรือไม่ เขาพูดเพื่อสิ่งใดและส่งผลประโยชน์ให้กับใครบ้าง เรารู้สึกว่าหลายครั้งว่าแม้เราจะรวมตัวกันตระโกนออกไปจนสุดเสียง แต่มันกลับไม่ถูกได้ยินในสภา เสียงที่ผู้แทนได้ยินบางครั้งมาจากเสียงของใครสักคนที่เขามองว่ามีค่ามากกว่าเสียงของเรา ไม่ว่าจะค่าแห่งเงิน ค่าแห่งอำนาจ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าความกลัวก็ไม่รู้ได้ ซึ่งเรามองว่าหากสภาผู้แทนราษฎรไม่แข็งแรงพอที่จะไม่ให้มีใครมาแทรกแซง ประเทศก็จะไม่สามารถมีประชาธิปไตยได้อย่างสมบูรณ์

Naufan Noordyanto (Indonesia)
Title : Plastic waste
Every day we produce plastic waste from the things we consume. If it continues every day for years, can we imagine what disaster will occur? Do we still want to continue produc- ing plastic waste? We have to stop it!
ทุกๆวัน เราผลิตขยะพลาสติก จากสิ่งของที่เราบริโภค หากยังคงดําเนินต่อไปทุกวันเป็นเวลาหลายปี เราจะนึกภาพออกไหมว่าจะเกิดภัยพิบัติอะไรขึ้น? เรายังคงต้องการผลิตขยะพลาสติกต่อไปหรือไม่? เราต้องหยุดมัน!

2020 was a year of event and feelings for politics in Thailand. The loss of hope and discouragement, but it will not diminish the encouragement of these people.
All democratic fighters The growth of the democracy process is not. Only one dimension But there are also dimensions of gender, marginalised, disabled, religion, education and YDFD presents this collage that chronicles the Politics to commemorate the memory of the continued struggle of democracy.
ปี 2563 นี้ เป็นปีที่อัดแน่นไปด้วยเหตุการณ์และความรู้สึกต่อการเมืองในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งการสูญเสีย หมดหวัง ท้อแท้ แต่ก็ไม่อาจลดทอนกำลังใจของเหล่านักสู้ประชาธิปไตยทุกคน การเติบโตของกระบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยไม่ได้มีแค่มิติเดียว แต่ยังมีมิติเรื่องเพศ คนชายขอบ ผู้พิการ ศาสนา การศึกษา และสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย YDFD จึงนำเสนอภาพคอลลาจนี้ที่บันทึกเหตุการณ์ทางการเมือง เพื่อเป็นอนุสรณ์ความทรงจำในการต่อสู้ประชาธิปไตยต่อไป

Surapat Chokkij
Title: More you wipe, More we rise
When we know that we have rights to changes our future, They cannot break us anymore.
เมื่อพวกเรารู้แล้วว่า เรามีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตของเรา เขาก็ทำลายเราไม่ได้อีก